วิธีการรักษาฝ้าแดด สาเหตุของฝ้าแดด การดูแลรักษาฝ้าแดดและฝ้าเลือด

วิธีการรักษาฝ้าแดด สาเหตุของฝ้าแดด การดูแลรักษาฝ้าแดดและฝ้า

10 สูตรพอกหน้าจากธรรมชาติ เน้นลดรอยฝ้า กระ และจุดด่างดำ
March 27, 2017
รักษาฝ้าด้วยมะนาว
5 วิธีการรักษาฝ้าด้วยมะนาว สูตรพอกหน้ารักษาฝ้าด้วยมะนาว
March 30, 2017

วิธีการรักษาฝ้าแดด สาเหตุของฝ้าแดด การดูแลรักษาฝ้าแดดและฝ้าเลือด

วิธีการรักษาฝ้า “ฝ้า” เป็นปัญหาผิวพรรณที่สามารถแก้ไขและฟื้นฟูได้ยากมากที่สุด เนื่องจากอยู่ในระดับชั้นใต้ผิวหนังนั่นเอง โดยเฉพาะปัญหาฝ้าเลือดและฝ้าแดด แต่ถ้าเราทราบสาเหตุและวิธีดูแลที่ถูกต้อง ก็จะช่วยบรรเทาอาการได้มากขึ้นพอสมควร — วิธีการรักษาฝ้า

ฝ้าเลือด

ฝ้าเลือด คือ อาการของผิวหน้าที่เกิดจากเส้นเลือดบนใบหน้ามีลักษณะผิดปกติ จนทำให้ไม่สามารถเก็บกักเลือดไว้ได้ จึงทำให้เลือดซึมออกมาบริเวณใต้ผิวหนัง ซึ่งฝ้าเลือดนี้เป็นฝ้าชนิดที่คนไทยเป็นมากที่สุด โดยเฉพาะคนที่มีผิวบางและมีอาการแสบผิวง่าย

สาเหตุของฝ้าเลือด ส่วนใหญ่มักจะเกิดจากปัจจัยภายนอกอย่างเช่นการใช้ครีมหน้าขาวที่ไม่ได้มาตรฐาน การลอกผิวด้วยสารเคมีรุนแรง การรับประทานยาที่มีส่วนประกอบคล้ายฮอร์โมน หรือแม้แต่การทำเลเซอร์แล้วดูแลผิวพรรณไม่ดีเท่าที่ควร ส่วนปัจจัยภายในนั้นเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนที่ไม่สมดุล

วิธีการรักษาฝ้าเลือด

วิธีการรักษาฝ้าเลือด

1. การรักษาฝ้าเลือดหยุดใช้ครีมที่ทำให้ผิวบางลง ตัวอย่างเช่นครีมหน้าขาวที่ไม่ได้รับอย. ซึ่งมักจะมีส่วนประกอบของสารอันตรายอย่างเช่นไฮโดรควิโนนหรือสารสเตียรอยด์เป็นต้น มีผลทำให้ผิวหน้าบางลงและไวต่อแสงแดด จึงทำให้เกิดฝ้าแดดและกลายเป็นฝ้าฝังสึก ส่วนผู้ที่มีฝ้าเลือดก็จะสังเกตเห็นได้ชัดมากขึ้น
2. ทาครีมกันแดดทุกครั้ง ก่อนออกจากบ้านควรทาครีมกันแดดอย่างสม่ำเสมอและทาให้ถูกวิธี เนื่องจากฝ้าเลือดจะมีสีเข้มมากขึ้น เมื่อถูกความร้อนหรือแสงแดด แต่พอทาครีมกันแดดอย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้สีของฝ้าจางลงได้
3. ใช้ครีมทาฝ้าที่ปลอดภัย เลือกใช้ครีมทาฝ้าที่มีส่วนประกอบของสารสกัดจากธรรมชาติ เพราะสรรพคุณที่เป็นทั้งสารบำรุงผิวและสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น วิตามินซี วิตามินอี หรือกลุ่มแคโรทีนอยด์ จะช่วยทำให้ผิวหน้าขาวกระจ่างใสอย่างปลอดภัย และช่วยปรับสีของฝ้าให้จางลง
4. รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ผักและผลไม้ที่อุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุต่างๆ มักจะอุดมไปด้วยสารไฟโตนิวเทรียนท์ที่จำเป็นต่อร่างกาย มีผลทำให้ฝ้าจางลงและบำรุงฟื้นฟูผิวพรรณอีกด้วย
5. รับประทานยาปรับธาตุในร่างกาย โดยเลือกยาฟอกเลือดตำรับยาจีนหรือตำรับยาไทยก็ได้ จะช่วยปรับธาตุในร่างกายให้มีความสมดุลยิ่งขึ้น เพราะยาฟอกเลือดจะขับสารพิษที่คั่งค้างอยู่ในเลือดให้ออกไป รอยฝ้าเลือดก็จะแลดูจางลงนั่นเอง

เมื่อปฏิบัติตามข้อแนะนำแล้วยังมีอาการ “ฝ้าเลือด” ไม่ดีขึ้น ควรปรึกษาแพทย์ผิวหนังผู้เชี่ยวชาญ เพื่อรับคำแนะนำและการรักษาฝ้าในขั้นสูงต่อไป

ฝ้าแดด

ฝ้าแดด คือ อาการของผิวหน้าที่เกิดจากรังสี UVA ทำร้ายผิวหน้าจนเกิดรอยหมองคล้ำลึกในชั้นใต้ผิวหนัง โดยเม็ดสีเมลานินหรือเม็ดสีผิวทำงานหนักมากขึ้น เพราะรังสี UVA มีช่วงคลื่นที่ยาวกว่ารังสี UVB เพื่อทำหน้าที่กรองรังสีอัลตร้าไวโอเลตที่ตกกระทบลงมา

สาเหตุของฝ้าแดด รังสีอัลตร้าไวโอเลตคือตัวการสำคัญที่ทำให้เกิดฝ้าแดดได้ง่าย นอกจากนี้ยังรวมถึงความร้อนจากเตาไฟหรือแสงไฟ เครื่องสำอาง ยาคุมกำเนิด และยังมีปัจจัยภายในที่เกิดจากกรรมพันธุ์หรรือการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนอีกด้วย

วิธีการรักษาฝ้าแดด

วิธีการรักษาฝ้าแดด

1. การรักษาฝ้าแดดให้ทาครีมกันแดดทุกครั้ง ควรเลือกครีมกันแดดที่มีค่า SPF 30 PA+++ ขึ้นไป โดยทาให้ทั่วผิวหน้าก่อนออกจากบ้านอย่างน้อย 45 นาที และทาซ้ำระหว่างวันอีกครั้ง นอกจากนี้ควรหลีกเลี่ยงการเผชิญกับแสงแดด ความร้อน แสงไฟจากหลอดนีออนหรือจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานๆ เนื่องจากอุปกรณ์เหล่านี้จะปล่อยรังสีอัลตร้าไวโอเลตออกมา มีผลทำให้ผิวหน้าหมองคล้ำได้เช่นกัน
2. ใช้ครีมทาฝ้าที่ปราศจากสารเคมี ควรเลือกใช้ครีมทาฝ้าชนิดสารสกัดจากธรรมชาติอย่างเช่นวิตามินซี AHA อาร์บูติน หรือโคจิกแอซิด เป็นต้น รวมถึงสารสกัดอื่นๆ ที่ช่วยลดฝ้าและกระ เช่น กรดเรตินอยด์และกรดแอเซเลอิค เนื่องจากเป็นกรดที่มีสรรพคุณช่วยผลัดเซลล์ผิวที่หมองคล้ำให้หลุดออก แล้วเผยเซลล์ผิวใหม่ที่ขาวกระจ่างใส จึงทำให้ฝ้าจางลงได้
3. พอกหน้าด้วยสมุนไพร ตัวอย่างเช่น หัวไชเท้า ใบบัวบก ว่านหางจระเข้ แครอท และแตงกวา เป็นต้น ซึ่งเป็นสมุนไพรที่ไม่มีอันตรายต่อผิวหน้า แต่สามารถช่วยยับยั้งฝ้าได้ดี โดยทำให้ฝ้าค่อยๆ จางลง
4. รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ สารสำคัญในผักและผลไม้อย่างเช่นวิตามินซีและกากใยอาหาร จะช่วยขับล้างสารพิษและทำให้ระบบขับถ่ายทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น ฝ้าและกระจึงจางลงอย่างเป็นธรรมชาติ
5. ทำเลเซอร์รักษาฝ้า ควรเลือกใช้วิธีนี้เป็นทางเลือกสุดท้าย หากฝ้าแดดที่เป็นอยู่นั้นฝังลึกในชั้นใต้ผิวหนังมานาน เพราะการทำเลเซอร์จะช่วยเร่งให้ผลัดเซลล์ผิวเก่าและสร้างเซลล์ผิวใหม่ขึ้นมา แต่ควรดูแลผิวอย่างพิถีพิถันตามที่แพทย์ผิวหนังกำหนด เนื่องจากหลังทำเลเซอร์อาจจะทำให้ผิวหน้าบางลงและมีอาการไวต่อแสงแดดมากขึ้น ซึ่งทำให้ฝ้าแดดฝังลึกมากกว่าเดิม

เมื่อปฏิบัติตามข้อแนะนำแล้วอาการฝ้าที่เป็นอยู่ยังไม่ดีขึ้น ควรรีบไปพบแพทย์ผิวหนังผู้เชี่ยวชาญ เพื่อรับคำแนะนำในการปฏิบัติตัว พร้อมกับรักษาฝ้าในขั้นสูงต่อไป

การรักษาฝ้าอย่างถูกวิธีจะต้องใช้ระยะเวลาพอสมควร โดยควรเลือกวิธีที่มาจากธรรมชาติ เพราะอาจจะเห็นผลช้าไปบ้าง แต่มีความปลอดภัยสูงกว่าสารเคมีอย่างแน่นอนค่ะ

แบ่งปันสิ่งดีๆได้ด้วยการ ไลค์ แชร์ หรือคอมเม้นท์ ผ่าน Cute Republic Thailand ได้เลยจร้า