คอลลาเจนผง กับ คอลลาเจนทา เลือกแบบไหนบำรุงผิวได้มากกว่ากัน

คอลลาเจนผง กับ คอลลาเจนทา เลือกแบบไหนบำรุงผิวได้มากกว่ากัน

วิธีดูแลผิวหน้าให้เนียนใส วิธีดูแลผิวหน้าให้เนียนใส
วิธีดูแลผิวหน้าให้เนียนใส ห่างไกลใบหน้าหมองคล้ำ ด้วยสูตรลับจากเกาหลี
October 20, 2022
อาหารที่มีคอลลาเจนสูง อาหารที่มีคอลลาเจนสูง
อาหารที่มีคอลลาเจนสูง เลือกกินอย่างไรให้ได้คุณประโยชน์มากที่สุด
October 21, 2022

คอลลาเจนผง แบบกินกับแบบทา แบบไหนดีกว่ากัน? หน้าใส ผิวสวย กระชับ เต่งตึง ตั้งแต่เส้นผมจรดปลายเท้า เป็นสิ่งที่ไม่ว่าจะสาวหรือหนุ่มต่างถวิลหา ยิ่งถ้าสามารถหาอะไรมาช่วยเสริมได้ สาว ๆ ก็ไม่รีรอที่จะไปหามาโดยเฉพาะเมื่อทราบดีว่าคอลลาเจนคือส่วนสำคัญของร่างกาย เพราะถ้าหากมีคอลลาเจนที่เพียงพอ ความสดใส เปล่งปลั่ง ตึงแน่นก็จะยังคงอยู่กับสาว ๆ ไปอีกนานแสนนาน

คอลลาเจนผง คืออะไร??? มีความจำเป็นต่อร่างกายมากน้อยเพียงใด?? แล้วคอลลาเจนที่ขายตามท้องตลาดมีให้เลือกหลากหลาย ทั้งแบบกิน แบบทา และแบบฉีด ควรเลือกแบบไหนดี คงเป็นคำถามที่หลายคนยังพยามหาคำตอบ ซึ่งในวันนี้ทุกคำถามเรามีคำตอบให้ ตามมากันเลยคะ!!

คอลลาเจนก็คือโปรตีนที่อยู่ภายในชั้นหนังแท้ มีส่วนช่วยทำให้ผิวหนังเกิดการสปริงตัวที่ดี อีกทั้งยังดูเรียบตึง ไม่หย่อนคล้อย แถมคอลลาเจนโปรตีนตัวนี้มีอยู่มากถึง 1 ใน 3 ส่วนของโปรตีนทั้งหมดของร่างกายและทำหน้าที่คู่กับอิลาสติน เพื่อช่วยเรื่องความยืดหยุ่นของผิวนั่นเอง โดยเราจะพบคอลลาเจนได้ในกระดูก กระดูกอ่อน เอ็น ข้อต่อของกระดูก เส้นเลือด และผิวหนั่งทั่วไป เมื่ออายุเริ่มมากขึ้น เส้นใยคอลลาเจนเหล่านี้ก็จะค่อย ๆ เสื่อมสลาย พร้อมกับที่ชั้นผิวหนังก็จะค่อย ๆ ยุบตัวลงจนเกิดเป็นริ้วรอยต่าง ๆ รวมทั้งเกิดปัญหาข้อเสื่อม กระดูกเสื่อม กระดูกเปราะ แตกหักง่าย ฉะนั้นการเสริมคอลลาเจนเข้าไปให้เพียงพอต่อร่างกายไม่เพียงแต่จะได้ผิวตึงกระชับ หากยังช่วยให้กระดูก ข้อเข่า และส่วนต่าง ๆในร่างกายแข็งแรงขึ้นอีกด้วย รูปแบบของการเสริมคอลลาเจน 

1. ครีมคอลลาเจน :

เป็นการทาเนื้อครีม โลชั่น หรือเซรั่มลงไปบนผิว มาในรูปแบบของการผสมคอลลาเจนลงไป ซึ่งสามารถทำให้ผิวหนังดูชุ่มชื้นมากขึ้น แต่ก็ได้ผลเพียงแค่ผิวหนังชั้นหนังกำพร้าเท่านั้น เพราะในคอลลาเจนมีคุณสมบัติพิเศษคืออุ้มน้ำ กักเก็บความชุ่มชื้นได้ถึง 30 เท่าของน้ำหนักตัวของมันเอง แต่ในขณะเดียวกันก็มีขนาดของโมเลกุลที่ใหญ่ จึงทำให้ไม่สามารถซึมซาบเข้าสู่ผิวหนังชั้นในได้ จึงสรุปได้ว่าการทาครีมคอลลาเจนอาจช่วยได้เพียงแค่ผิวหนังกำพร้าชั้นนอกเท่านั้น ไม่ส่งผ่านไปถึงภายในข้อต่อต่าง ๆ จึงเท่ากับว่าไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาเรื่องข้อเข่าเสื่อม หรือฟื้นฟูคอลลาเจนได้ทั้งหมดของร่างกาย ไม่เพียงแค่นั้นระบบภูมิคุ้มกันของเราอาจเข้าใจว่าคอลลาเจนสังเคราะห์เป็นสิ่งแปลกปลอมที่เข้าไปเลยต้องทำการขจัดออกจากร่างกาย

คอลลาเจนผง 1. ครีมคอลลาเจน

2. คอลลาเจนผง หรือคอลลาเจนเม็ด :

เป็นการนำมาผสมในเครื่องดื่มหรือรับประทานคอลลาเจนอัดเม็ด ก็คล้ายกับการทานอาหารเสริมนั่นเอง ซึ่งร่างกายสามารถดูดซึมพร้อมกับกระจายไปทั่วได้เป็นอย่างดี โดยกรดในกระเพาะอาหารจะทำหน้าที่ย่อยคอลลาเจนด้วยการเปลี่ยนรูปให้เป็นโปรตีนขนาดเล็ก ๆ ซึ่งเชื่อได้ว่ามีประโยชน์ที่จะได้รับอย่างมากมาย

ดังนั้นถ้าให้เปรียบเทียบว่าระหว่างการกินเข้าไปในรูปแบบผสมใส่ลงไปในอาหารกับการทาครีมคอลลาเจน คงไม่ต้องบอกว่าอย่างไหนดีกว่ากันเพราะจากข้อมูลจะเห็นได้ว่าการกินน่าจะได้ประโยชน์มากกว่าเพราะสามารถเข้าไปเสริมสร้างคอลลาเจนในร่างกายได้ตรงจุดมากกว่าการทาครีมคอลลาเจนที่ได้เพียงแค่ผิวชั้นนอก แต่การกินคอลลาเจนก็ต้องกินให้ถูกวิธีเพื่อให้เห็นผลที่ดีขึ้นอย่างชัดเจนด้วยเช่นกัน

คอลลาเจนผง 2. คอลลาเจนผง

วิธีใช้ คอลลาเจนผง ที่ดีที่สุด

1. กิน คอลลาเจนผง + วิตามินซี

คอลลาเจนผง 1. กินคอลลาเจน + วิตามินซี

คุณสมบัติของวิตามินซีช่วยกระตุ้นสิ่งต่าง ๆ ในร่างกาย โดยเฉพาะการเข้าไปช่วยกระตุ้นสร้างคอลลาเจนในเซลล์ใต้ผิวหนัง จึงช่วยทำให้ร่างกายดูดซึมคอลลาเจนได้ดีมากขึ้น นอกจากนั้นยังสามารถนำกรดอะมิโนที่ย่อยสลายจากคอลลาเจนกลับมาใช้งานใหม่อีกครั้ง

2. ปริมาณคอลลาเจนที่ร่างกายควรได้รับ

2. ปริมาณคอลลาเจนที่ร่างกายควรได้รับ

จากข้อมูลขององค์การอาหารและยาร่างกายควรได้รับคอลลาเจนไม่เกินวันละ 10 กรัม หรือ 10,000 มิลลิกรัม แต่ในความเป็นจริงหากต้องการเห็นผลอย่างรวดเร็วไม่จำเป็นต้องทานเต็มลิมิต 10,000 มิลลิกรัม เพราะเรากินเพียงแค่ ประมาณ 5 กรัม หรือ 5,000 มิลลิกรัมก็เห็นผลเพียงพอแล้ว

3. กิน คอลลาเจนผง ก่อนนอน

3. กินคอลลาเจนก่อนนอน

เพราะช่วงเวลาที่เรานอนหลับสนิท ร่างกายจะเริ่มปฎิบัติการซ่อมแซมส่วนต่าง ๆ ที่เริ่มสึกหรอ ฉะนั้นเวลานี้จึงเป็นเวลาที่คอลลาเจนจะถูกใช้งานอย่างเต็มที่

4. กินคอลลาเจนตอนท้องว่าง

4. กินคอลลาเจนตอนท้องว่าง

เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่จะช่วยให้คอลลาเจนถูกนำไปใช้งานอย่างเต็มที่ นั่นคือการกินคอลลาเจนตอนท้องว่าง หรือก่อนกินอาหารประมาณ 15 นาที เพราะจะช่วยทำให้ร่างกายดูดซึมคอลลาเจนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

5. แบ่งช่วงเวลาในการกิน คอลลาเจนผง

คอลลาเจนผง 5. แบ่งช่วงเวลาในการกินคอลลาเจน

เมื่อร่างกายควรได้รับคอลลาเจนประมาณ 5,000 มิลลิกรัม/วัน หรือ 5 กรัม/วัน ดังนั้นเพื่อให้ร่างกายสามารถรับคอลลาเจนได้เพียงพอ เราสามารถแบ่งทานออกเป็น 4 ช่วงเวลาที่ได้ผลดีที่สุด คือ ตื่นนอน, 15 นาทีก่อนอาหารเที่ยง, 15 นาทีก่อนอาหารเย็น และก่อนนอน

สรรพคุณ คอลลาเจนผง และประโยชน์ของการกินที่คุณควรรู้

คอลลาเจน สรรพคุณ ประโยชน์ของการกินคอลลาเจนที่คุณควรรู้ หลายปีที่มากระแสความนิยมเรื่องการรับประทานอาหารเสริมเพื่อสุขภาพมีแต่เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะ คอลลาเจนผง ซึ่งมีส่วนสำคัญในเรื่องของการบำรุงรักษาผิวพรรณให้มีความเต่งตึงแถมยังช่วยทำให้ผิวของสาว ๆ ดูขาวอมชมพูมีน้ำมีนวลขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด ปัจจุบันได้มีการนำเอาคอลลาเจนมาสกัดใช้ได้หลายรูปแบบส่งผลให้ร่างกายสามารถดูดซับได้ง่ายขึ้น

โดยมีทั้งแบบรับประทานเป็นคอลลาเจนผง เม็ด น้ำ หรือแม้กระทั่งแบบทาบำรุงผิว แต่ถ้าหากสาวๆอยากได้แบบรวดเร็วทันใจก็ต้องใช้แบบฉีดกันไปเลย !!! บางคนอาจจะยังมีข้อสงสัยในใจว่าแล้วเจ้าคอลลาเจนที่ใคร ๆ ว่าดี มันคืออะไรกันแน่ แล้วสามารถช่วยอะไรได้บ้าง วันนี้เราจะพาไปรู้จักสรรพคุณของคอลลาเจนให้มากยิ่งขึ้น

คอลลาเจน ก็คือโปรตีนชนิดหนึ่งที่มีอยู่มากมายในร่างกายของหนุ่ม ๆ สาว ๆ โดยเฉพาะคอลลาเจนประเภทที่ 1 (collangen Type1) ซึ่งมักพบได้ในกล้ามเนื้อ กระดูก ผิวหนัง หลอดเลือด ระบบทางเดินอาหาร และตามข้อต่อต่าง ๆ มีหน้าที่เป็นตัวช่วยในการเพิ่มความแข็งแรงรวมทั้งความยืดหยุ่นให้กับผิวหนังพร้อมกับทำหน้าที่เป็นตัวทดแทนผิวหนังที่เสื่อมสภาพไปแล้ว ส่วนข้อต่อและเอ็นต่าง ๆ คอลลาเจนจะทำหน้าที่คล้ายกับช่วยให้ข้อต่อกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ฉะนั้นหากเรามีอายุมากขึ้นคอลลาเจนที่เคยถูกผลิตมากในช่วงวัยเด็กจะเริ่มผลิตได้น้อยลง จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดริ้วรอย, ผิวหนังเริ่มเหี่ยวย่น, เกิดอาการปวดข้อปวดกระดูก และไม่เพียงอายุที่มากขึ้นยังมีปัจจัยอื่นที่ทำให้คอลลาเจนลดน้อยลงด้วย เช่น การรับประทานอาหารที่มีน้ำตาลปริมาณมาก การสูบบุหรี่ การผจญกับแสงแดดเป็นเวลานาน ๆ เป็นต้น 

คอลลาเจน สรรพคุณ ที่มีประโยชน์ต่อสาว ๆ เราสามารถแบ่งออกมาได้ 7 ข้อ คือ

1. บำรุงสุขภาพของผิวหนังและเส้นผม

คอลลาเจนผง 1. บำรุงสุขภาพของผิวหนังและเส้นผม

หากตอนนี้สาว ๆ ลองสำรวจที่ผิวหนังของตนเองอาจจะพบว่าผิวหนังเริ่มหย่อนยานลง ริ้วรอยเพิ่มมากขึ้น และความยืดหยุ่นที่ลดน้อยลง เพราะอย่างนั้นการเพิ่มระดับคอลลาเจนจะช่วยให้สาว ๆ มีผิวพรรณที่กระชับ เรียบเนียนยิ่งขึ้น และช่วยให้เซลล์ผิวหนังสามารถผลัดและซ่อมแซมเซลล์ได้อย่างเห็นผลได้ชัดเจน

ซึ่งมีผลการวิจัยพบว่าผู้หญิงที่อายุ 35-55 ปีที่บริโภคคอลลาเจนทุกวันประจำเป็นเวลาแปดสัปดาห์พบว่าช่วยเพิ่มความยืดหยุ่น ความชุ่มชื้นให้กับผิว รวมทั้งการสูญเสียน้ำของผิวหนัง โดยไม่มีผลข้างเคียงใด ๆ  แถมยังลดเซลลูไลท์และริ้วรอยที่ลึกกลับมาตื้นขึ้นทำให้ผิวของสาว ๆ กลับมาเนียนนุ่มอีกครั้ง

2. บรรเทาอาการเจ็บข้อต่อและเสื่อมสภาพ

คอลลาเจนผง 2. บรรเทาอาการเจ็บข้อต่อและเสื่อมสภาพ

เวลาที่สาว ๆ เคลื่อนไหวร่างกายเคยรู้สึกว่า “ขาดังกร๊อบแกร๊บ”หรือรู้สึกขัด ๆ และเจ็บปวดเมื่อขยับร่างกายบ้างไหม อาการเหล่านี้เรียกว่าการสูญเสียการหล่อเลี้ยงด้วยคอลลาเจน เพราะเมื่อคอลลาเจนมีจำนวนที่ลดน้อยลงจะส่งผลต่อเส้นเอ็นและกระดูกอ่อนทำให้ขยับเขยื้อนได้ยากขึ้น ข้อต่อบวม

ดังนั้นการเพิ่มคอลลาเจนให้กับร่างกายก็เหมือนกับการเพิ่มน้ำยาหล่อลื่นของลูกบิดประตู ซึ่งจะช่วยให้ข้อต่อของเราขยับได้ง่ายขึ้น ลดอาการเจ็บปวดต่าง ๆ ที่เกิดจากอายุที่มาก พร้อมกับลดความเสี่ยงในการเสื่อมสภาพของข้อต่ออีกด้วย

3. สามารถรักษาโรคลำไส้รั่ว

3. สามารถรักษาโรคลำไส้รั่ว

หากคุณมีภาวะลำไส้รั่วที่ส่งผลให้ร่างกายได้รับสารพิษซึมผ่านเข้าทางเดินอาหาร ซึ่งการบริโภคคอลลาเจนเป็นประจำ กรดอะมิโนที่อยู่ในคอลลาเจนจะเข้าสร้างเนื้อเยื่อของลำไส้และทางเดินอาหาร นอกจากนั้นยังสามารถช่วยดูดซับน้ำภายในลำไส้ทำให้ร่างกายเคลื่อนไหวได้เป็นปกติมากขึ้น

4. เสริมสร้างความแข็งแรงของเส้นผม เล็บ และฟัน

คอลลาเจนผง 4. เสริมสร้างความแข็งแรงของเส้นผม เล็บ และฟัน

ทราบหรือไม่ว่าเวลาที่เล็บหลุดลอกออกมาสาเหตุมาจากการขาดคอลลาเจนนั่นเอง เพราะโปรตีนในคอลลาเจนเป็นส่วนประกอบที่สำคัญของเล็บ เส้นผม และฟัน ฉะนั้นการรับประทานคอลลาเจนจึงสามารถช่วยรักษาความแข็งแรงของเล็บรวมทั้งแก้ปัญหาผมร่วง

5. ช่วยบำรุงตับ

คอลลาเจนผง 5. ช่วยบำรุงตับ

สำหรับสาว ๆ ที่อยากจะดีท๊อกซ์คอลลาเจนสามารถช่วยล้างสารที่เป็นอันตรายในร่างกาย และยังบำรุงการไหลเวียนของเลือดและหัวใจ ซึ่งมีวิธีการง่าย ๆ เพียงแค่รับประทานซุปกระดูกติดต่อกันสามวัน คอลลาเจนที่อยู่ในกระดูกสัตว์จะเข้าไปซ่อมแซมลำไส้ที่รั่วและช่วยร่างกายกำจัดสารเคมีต่าง ๆ เหมือนกับเป็นการ “รีเซ็ตลำไส้ของคุณ” ซึ่งมีผลการวิจัยยืนยันว่าไกลซีนช่วยลดอาการบาดเจ็บอย่างเฉียบพลันและเรื้อรังอื่น ๆ ของตับได้เช่นกัน

6. ป้องกันโรคหัวใจและระบบหลอดเลือด

คอลลาเจนผง 6. ป้องกันโรคหัวใจและระบบหลอดเลือด

 

คอลลาเจนสามารถเพิ่มประสิทธิภาพของการทำงานระบบไหลเวียนของเลือดในร่างกาย โดยเฉพาะในหลอดเลือดเส้นเล็ก ๆ ที่จะเข้าไปช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิต ช่วยทำให้เลือดไหลเวียนได้คล่องขึ้น ไม่เกิดการคั่งค้าง จึงช่วยให้สารอาหารที่อยู่ในเลือดเข้าไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้ดีมากขึ้น

7. ผิวสวยสุขภาพดี

คอลลาเจนผง 7. ผิวสวยสุขภาพดี

คอลลาเจน หน้าใส ผิวสวย คอลลาเจนมีส่วนสำคัญในการลดอาการระคายเคืองที่ผิวหนังส่งผลให้ผิวพรรณของสาว ๆ ดูมีน้ำมีนวล สุขภาพดีชนิดที่ว่าลืมอายุกันไปได้เลย

คอลลาเจนมีกี่ประเภท สามารถหาได้จากที่ไหนกันบ้างนะ

คอลลาเจน มีกี่ประเภท สำหรับชนิดของคอลลาเจนนั้นสามารถแบ่งได้ออกเป็น 13 ชนิด เรียงตามลำดับของกรดอะมิโน แต่ที่พบโดยทั่วไปมีให้เห็นเพียง 4 ชนิด นอกนั้นพบได้ในปริมาณน้อย คอลลาเจน 4 ชนิดนี้จะมีอะไรบ้าง เราลองมาดูไปพร้อม ๆ กันเลยนะค่ะ

แบ่งออกเป็น 2 ประเภท 

  1. ชนิดของคอลลาเจน คอลลาเจนชนิดแรก type I นั้น โดยส่วนใหญ่จะพบในกลุ่มของสัตว์ชั้นสูงอยู่ในส่วนของบริเวณหนัง กระดูก และเอ็น ซึ่งประกอบไปด้วย 3 สาย คือ สาย α1( I ) จำนวน 2 สาย และ α2 ( I ) จำนวน 1 สาย สำหรับคอลลาเจนชนิดนี้จะประกอบไปด้วยกรดอะมิโนไกลซีน มีประมาณ 1 ใน 3 ของกรดอะมิโนทั้งหมด ส่วนของกรดอะมิโนที่ไม่บิดเป็นเกลียวสั้นที่ประกอบด้วยฮิสติดีน และไทโรซีน
  2. คอลลาเจนชนิดที่สอง type II ส่วนใหญ่มักพบในกระดูกอ่อน ซึ่งประกอบด้วยสาย α1( II ) จำนวน 3 สาย ลักษณะคล้าย ๆ สาย α1( I ) ในส่วนของคอลลาเจนชนิดนี้ จะมีปริมาณไฮดรอกซีไลซีนสูงกว่าชนิด type I ปริมาณมากกว่าถึง 3 เท่า
  3. คอลลาเจนชนิด type III นั้นพบได้ปริมาณน้อย ( ประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์ ) มักพบในเส้นเลือด และมีการจับตัวกับคอลลาเจนชนิด type I จึงพบคอลลาเจนชนิด type III ปะปนกับคอลลาเจน type I หลังผ่านการสกัดคอลลาเจน
  4. คอลลาเจนประเภท type IV คือคอลลาเจนที่มีลักษณะความจำเพาะ โดยพบได้เฉพาะบริเวณเส้นใยฝอยของเยื่อแผ่นบาง ๆ ในบริเวณนอกเซลล์

คอลลาเจน คืออะไร

คอลลาเจน คืออะไร

คอลลาเจน คือ โปรตีนโครงสร้างหลักของเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน มีปริมาณร้อยละ 30 ของโปรตีนทั้งหมดที่สามารถพบในร่างกาย ซึ่งพบได้ทั่วไปในส่วนของผิวหนัง กระดูกอ่อน เอ็น โดยทั่วไปในธรรมชาติของเราจะมีอยู่ 2 ชนิด คือ คอลลาเจนที่สามารถละลายน้ำได้ ( Soluble Collagen ) และประเภทคอลลาเจนที่ละลายน้ำไม่ได้ ( Insoluble Collagen ) ในส่วนของปริมาณ Soluble Collagen นั้นจะลดลงเมื่อเรามีอายุที่เพิ่มมากขึ้น เพราะมีการเปลี่ยนสภาพเป็น Insoluble Collagen ที่มากขึ้น เป็นสาเหตที่ทำให้ความยืดหยุ่น ความเต่งตึงผิวหนังของสาว ๆ ลดลง จนทำให้เกิดริ้วรอย หรือรอยเหี่ยวย่น ซึ่งทำให้เราแก่มากขึ้นนั่นเองค่ะ

ชนิดของคอลลาเจนสำหรับเครื่องสำอาง

ชนิดของคอลลาเจนสำหรับเครื่องสำอาง ในชนิดของคอลลาเจนสำหรับส่วนผสมของเครื่องสำอางนั้นสามารถแบ่งได้ออกเป็น 2 ชนิด คือ Soluble Collagen ซึ่งมีน้ำหนักโมเลกุลปริมาณ 300,000 ดาลตันโดยประมาณ โดยมีคุณสมบัติที่สามารถช่วยดูดซึมให้สู่ผิวหนังอย่างช้า ๆ และอีกชนิดเป็นแบบที่เรียกว่า Hydrolyzate Collagen สามารถได้จากการนำคอลลาเจนนั้น ๆ มาย่อยด้วยด่างหรือด้วยเอนไซม์ จนเพื่อทำให้น้ำหนักโมเลกุลในช่วง 1,000 – 25,000 ดาลตันโดยประมาณ จะสามารถช่วยให้มีคุณสมบัติละลายน้ำ และดูดซึมเข้าสู่ผิวหนังได้ดีขึ้นค่ะ

แหล่งสกัดคอลลาเจน

1. แหล่งสกัดคอลลาเจน คอลลาเจนที่พบได้จากเนื้อวัว ( Bovine Collagen Filler )

คอลลาเจนผง 1. คอลลาเจนที่พบได้จากเนื้อวัว

คอลลาเจน หน้าใส ชนิดนี้มักถูกใช้เป็นส่วนประกอบสำหรับผสมเครื่องสำอางมายาวนานกว่า 30 ปี และยังแบ่งออกอีกได้เป็น 2 ชนิด คือ Phosphate Buffered Saline ซึ่งเหมาะกับรอยย่นตื้น ๆ และอีกชนิดหนึ่งก็คือ Cross – Linked Bovine Collagen Fibril มีคุณสมบัติที่สามารถทนทานต่อการถูกทำลายด้วยเอนไซม์ Collagenase โดยเหมาะสำหรับรอยย่นลึก อย่างเช่น รอยย่นบริเวณหน้าผาก บริเวณร่องปาก แต่มีข้อเสียของคอลลาเจนประเภทนี้นั่นก็คือ มักพบอาการแพ้ค่ะ

2. คอลลาเจนพบได้จากหมู ( Porcine Collagen Filler )

คอลลาเจนผง 2. คอลลาเจนพบได้จากหมู

เป็นคอลลาเจน หน้าใสที่ผ่านการผลิตจากเนื้อหมู โดยทางประเทศสหรัฐอเมริกาได้รับรองผลการใช้แล้วเรียบร้อย และอนุญาตให้สามารถใช้คอลลาเจนที่สกัดจากเนื้อหมูสำหรับการลบเรือนริ้วลอย และดูแลรักษาร่องลึกได้ แต่สาว ๆ ที่ต้องระวังถ้าเคยมีประวัติ Anaphylactic Shock หรือปฏิกิริยาภูมิไวนั่นเอง ข้อดีของคอลลาเจนชนิดนี้ก็คือไม่พบอาการแพ้ และยังสามารถให้ประสิทธิภาพสำหรับการรักษาคงทนได้ยาวนานกว่าคอลลาเจนที่ได้จากมนุษย์ และเนื้อวัว ซึ่งอาจยาวนานมากกว่า 1 ปีเลยนะค่ะ

3. คอลลาเจนที่พบได้จากปลา ( Fish Collagen Filler )

3. คอลลาเจนที่พบได้จากปลา

คอลลาเจนประเภทนี้ สามารถผลิตได้จากส่วนต่าง ๆ ของปลา เช่น เนื้อ หรือเกล็ด ซึ่งถือได้ว่าเป็นแหล่งคอลลาเจนที่มีจำนวนมาก และสามารถหาได้ง่าย

4. คอลลาเจนที่พบได้จากมนุษย์ ( Human Collagen Filler )

4. คอลลาเจนที่พบได้จากมนุษย์

คอลลาเจนจากมนุษย์ จะได้จากเซลล์ไฟโบบลาสท์จากการเพาะเลี้ยงค่ะ ใช้สำหรับการเติมเต็มบริเวณริมฝีปาก สามารถช่วยแก้ปัญหาริ้วรอย รอยแผลเป็น หรือปัญหาเนื้อเยื่ออ่อนที่เกิดลักษณะผิดปกติ ซึ่งประสิทธิภาพจากการรักษาจะเหมือนกับคอลลาเจนที่ได้จากเนื้อวัวนั่นเอง แต่จะมีระยะความคงทนที่จะสั้นกว่า พบข้อดีก็คือ ไม่พบอาการแพ้เหมือนคอลลาเจนที่ได้จากเนื้อวัว

คอลลาเจนของคน เรามีอยู่ด้วยกันหลายชนิด เรามารู้จักคอลลาเจนของร่างกายของเรากันบ้างนะค่ะสาว  ๆ อย่างที่บอกไปในตอนแรกว่าคอลลาเจนเป็นโปรตีนที่สำคัญ ของร่างกาย เพราะประกอบอยู่ในส่วนสำคัญของอวัยวะต่าง ๆ นอกจากคอลลาเจนที่เป็นส่วนประกอบของผิวหนังของสาว ๆ แล้วคอลลาเจนยังพบได้ในหลาย ๆ ส่วนของร่างกายด้วยนะค่ะ

  • คอลลาเจนชนิด Type 1 พบที่ผิวหนัง ที่เจริญเต็มที่ กระดูกเอ็น และอวัยวะภายใน
  • คอลลาเจนชนิด Type 2 พบที่กระดูกอ่อน หมอนรองกระดูกสันหลัง
  • คอลลาเจนชนิด Type 3 พบที่ผิวหนังที่เริ่มมีการสร้างใหม่เช่น ผิวหนังที่เป็นแผล หลอดเลือด
  • คอลลาเจนชนิด Type 4 พบที่เยื่อหุ้มเซลล์
  • คอลลาเจนชนิด Type 5 และ 6 พบได้ทั่ว ๆ ไป

ประโยชน์ของคอลลาเจน

ประโยชน์ของคอลลาเจน

สำหรับ ประโยชน์ของคอลลาเจน ในปัจจุบันการนำคอลลาเจนมาใช้ให้เกิดประโยชน์โดยส่วนมากแล้ว จะเกี่ยวข้องกับด้านความสวยความงาม และเพื่อดูแลรักษาสุขภาพ อันได้แก่

  1. ประโยชน์ของคอลลาเจนสามารถใช้เป็นส่วนผสมในเครื่องสำอางหลากหลายชนิด เช่นเพื่อรักษารอยเหี่ยว รอยย่น ช่วยบำรุงผิวให้ดูเปร่งปรั่ง ให้สาว ๆ ดูอ่อนเยาว์มากยิ่งขึ้น
  2. ประโยชน์ของคอลลาเจนทางการแพทย์ ใช้ในงานผ่าตัด หรือใช้สำหรับการฉีดเพื่อรักษารอยแผล รอยย่น หรือใช้สำหรับการผ่าตัดเพื่อเสริมสร้างกล้ามเนื้อ
  3. คอลลาเจนใช้ผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ยาอาหารเสริมคอลลาเจน หรือแหล่งโปรตีนเสริมให้กับร่างกาย

ข้อเสียของคอลลาเจน

  1. ข้อเสียของคอลลาเจน พบข้อเสียของคอลลาเจนแล้วว่าอาจเกิดการติดเชื้อต่าง ๆ ได้จากแหล่งผลิตคอลลาเจนนั่นเอง อย่างเช่น เชื้อจากปลา เชื้อจากวัว เชื้อจากหมู เป็นต้น โดยเฉพาะส่วนมากเชื้อจากสัตว์ที่สามารถแพร่ติดต่อสู่คนอย่างเช่น เชื้อแอนแทรคจากวัว
  2. ในบางคนอาจเกิดอาการแพ้ค่ะ สำหรับผู้ที่มีภูมิไวหรือ คนที่เลือกใช้แหล่งคอลลาเจนที่ไม่สะอาดพอจะทำให้แพ้ได้

คอลลาเจนกินตอนไหนดีที่สุด

คอลลาเจนกินตอนไหนดีที่สุด สาว ๆ ต้องรู้ คอลลาเจนกินตอนไหนดี ที่สุด ! ! ! คอลลาเจนกินตอนไหนดี สำหรับสาว ๆ ที่นิยมดูแลตัวเองในด้านความสวยความงาม และต้องการให้ผิวพรรณใบหน้า ผิวคอ ผิวแขน ผิวขา มีความกระชับเรียบเนียนแข็งแรงเต็งตึงอยู่ตลอดเวลา ต้องการให้ผิวของใบหน้าแลดูอ่อนเยาว์ หรือไม่ต้องการให้ผิวหน้าเหี่ยวย่น ก็คงจะได้รู้จักกับ “คอลลาเจน” กันมามากพอสมควร ซึ่งคอลลาเจนได้กลายมาเป็นส่วนหนึ่งของการถนอมความงามของสาว ๆ และได้รับความนิยมสำหรับการดูแลตัวเองติดอันดับ 1 ใน 3 สาว ๆ ที่คอยดูแลผิวหน้าคงจะทราบกันดีอยู่แล้วว่าคอลลาเจนนั้น มีส่วนประกอบบำรุงผิวที่สำคัญและเราขาดไม่ได้

เพราะคอลลาเจนสามารถช่วยทำให้ผิวหน้ามีความกระชับเต่งตึงหรูหราอย่างมีออร่า เป็นผลทำให้ผู้ผลิตคอลลาเจน หรือผู้ผลิตสินค้าสมุนไพรยาอาหารเสริมความงามในปัจจุบันต่าง ๆ นั้น หันมาพัฒนาผลิตภัณฑ์เสริมความงามประเภทคอลลาเจนกันมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นคอลลาเจนผง คอลลาเจนแบบเครื่องดื่ม คอลลาเจนแบบเม็ด ก็ให้เห็น และเข็นออกมาวางขายให้สาว ๆ สามารถเลือกซื้ออย่างมากมายก่ายกอง ทำให้เลือกไม่ถูกกันเลยทีเดียวใช่มั๊ยละ สำหรับในวันนี้เพื่อสาว ๆ โดยเฉพาะ สาว ๆ ที่กำลังมองหาคอลลาเจน มองหาความรู้การกินคอลลาเจน มองหาเวลากินคอลลาเจนตอนไหนถึงจะดีต่อสุขภาพผิวมากที่สุด เพื่อให้สาว ๆ ได้เลือกสิ่งที่ดีที่สุด ก่อนการตัดสินใจที่จะกินคอลลาเจนแต่ละชนิดจนทำให้เกิดประสิทธิภาพต่อผิวที่ดี หรือได้ผลจริงนั่นเอง

คอลลาเจนผง ประเภทไหนดีที่สุด

ชนิดของคอลลาเจน

คอลลาเจนประเภทไหนดีที่สุด มาดูกันว่าเวลาสำหรับการกินคอลลาเจนตอนไหนดีต่อสุขภาพผิว และปลอดภัยมากที่สุด สำหรับการกินคอลลาเจนเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพที่ดีที่สุดต่อร่างกาย สาว ๆ สามารถทำได้อย่างง่าย ๆ ตามวิธีดังต่อไปนี้

  1. ให้กิน คอลลาเจนผง หรือคอลลาเจนแบบเครื่องดื่มอย่างน้อยวันละ 3 – 6 กรัม หรือปริมาณคอลลาเจน 3,000 – 6,000 มิลลิกรัมต่อวัน เพื่อให้คอลลาเจนนั้นสามารถเข้าสู่ร่างกาย และเกิดประโยชน์มากที่สุด เนื่องจากคอลลาเจนผงนั้นมีลักษณะเป็นเช่นเดียวกับโปรตีน เมื่อสาว ๆ กินคอลลาเจนเข้าไปจะถูกกรดในกระเพาะย่อยเป็นกรดอะมิโนมากถึง 17 ชนิด ทำให้ร่างกายสามารถนำพลังงานที่ได้จากการย่อยสลายคอลลาเจนไปใช้เพื่อหล่อเลี้ยงอวัยวะในส่วนต่าง ๆ ของร่างกายภายในระยะแรกได้ดี โดยทาง อย. แนะนำให้ทำกินคอลลาเจนวันละไม่เกิน 10 กรัม หรือปริมาณ 10,000 มิลลิกรัม ต่อหนึ่งวัน
  2. กินคอลลาเจนพร้อมกับการกินวิตามินซี เพราะวิตามินซีมีคุณสมบัติสามารถช่วยกระตุ้นเซลล์ผิวหนังให้สามารถเกิดการสร้างคอลลาเจนได้ดียิ่งขึ้น และยังสามารถช่วยกระตุ้นให้ร่างกายนำกรดอะมิโน ที่ถูกย่อยสลายจากคอลลาเจน ไปใช้ในการสร้างคอลลาเจนในจุดใต้ชั้นผิวหนัง
  3. กินคอลลาเจน ในช่วงเวลาก่อนเข้านอน หรือให้กินคอลลาเจนหลังเวลาตื่นนอน ( ทั้ง 2 ช่วงได้ก็จะยิ่งดี )เพราะเป็นช่วงเวลาที่ส่วนของกระเพาะอาหารยังว่างอยู่ เป็นช่วงเวลาที่ทำให้ร่างกายของเราเกิดการดูดซึมคอลลาเจนเพื่อเข้าสู่ร่างกายได้มีประสิทธิภาพมากที่สุด
  4. ข้อ แนะนำการกินคอลลาเจน สำหรับการเลือกกินคอลลาเจนให้สาว ๆ เช็คการรับรองของ อย. ซึ่งการกินอาหารเสริมบำรุงผิวอย่างคอลลาเจนนั้น ต้องไม่เสี่ยงกินโดยเด็ดขาด เพราะอาจเป็นอันตายได้ถึงชีวิต ดังนั้นสาว ๆ ที่จะกินคอลลาเจน ต้องเลือกให้ดี ไม่ซื้อตามคนอื่น ไม่ซื้อจากราคา ต้องดู อย. ก่อน จึงปลอดภัยที่สุด อย่าลืมสาว ๆ ต้องดูแลตัวเองกันด้วยนะค่ะ

ดังนั้นจึงสรุปได้ว่า การที่เรารับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารอย่าง คอลลาเจนผง อยู่เป็นประจำย่อมจะเข้าไปช่วยทดแทนในส่วนที่ขาดไป จึงทำให้ในปัจจุบันสาว ๆ หลายคนหันมาบริโภคคอลลาเจนกันมากขึ้น แต่อย่างไรก็ตามอย่าลืมที่จะใส่ใจในสุขภาพด้วยการทานอาหารให้ครบ 5 หมู่และเลือกทานอาหารที่มีประโยชน์ควบคู่ไปด้วยคะ

อ้างอิง :

 

แบ่งปันสิ่งดีๆได้ด้วยการ ไลค์ แชร์ หรือคอมเม้นท์ ผ่าน Cute Republic Thailand ได้เลยจร้า